หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ

Loading...
Fonmuang
กำลังโหลดข้อมูล...
Article

เวิร์คช็อป

"ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน" ลำพูน

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PKDC และ Greater Chiang Mai

ขอเชิญร่วมเวิร์คช็อป ถอดรหัส “ฟ้อน” จังหวัดลำพูน เพื่อร่วมเรียนรู้กับพ่อครูแม่ครูฟ้อนเมืองรุ่นอาวุโส และแลกเปลี่ยนหลักการความสร้างสรรค์ร่วมสมัยกับพี่พิเชษฐ กลั่นชื่น (ศิลปินศิลปธร) ในวันศุกร์ที่ 13 และ เสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 9.30-17.00 น. ณ โรงแรมศรีกันใจ รีสอร์ท ลำพูน

"ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน" ลำพูน

บทสรุปภาพรวม

เวิร์คชอปช่วงเช้า
คุณครูอาวุโส/คุณครูฟ้อน รับเชิญ
1.    พ่อครูทรงชัย สมปรารถนา สำนักดาบเมตตา อริยเมฆ
2.    ครูพรศิลป์ มะโนเพ็ญ
3.    ครูขวัญชัย  สุรินทรศรี และ แม่ครูปราณี 

การเรียนรู้ในจังหวัดลำพูนสะท้อนให้เห็นกระบวนการพัฒนาองค์ความรู้พื้นบ้านเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม โดยพ่อครูทรงชัย ได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากครูรุ่นก่อน พร้อมทั้งนำหลักการทางการศึกษามาใช้ในการวิเคราะห์ จัดระบบ และพัฒนากระบวนการฝึกฝนขึ้นใหม่ จนเกิดเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถถ่ายทอดและสืบสานองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นระบบ

ในส่วนของการซอ ครูขวัญชัย สุรินทรศรี และแม่ครูปราณี ได้สะท้อนให้เห็นบทบาทของช่างซอในฐานะผู้เล่าเรื่องของชุมชน ซอไม่ใช่เพียงการขับร้องบทเพลง แต่เป็นระบบการสื่อสารที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความงาม ความสุข ความทุกข์ และความทรงจำของผู้คน ตัวอย่างสำคัญคือเรื่องพระลอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาษา เสียง และเรื่องเล่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างจินตนาการร่วมและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน

ขณะเดียวกัน ครูพรศิลป์ มะโนเพ็ญ ได้ถ่ายทอดการฟ้อนเทียนผ่านกระบวนการที่มีการวิเคราะห์และจัดระบบองค์ความรู้เช่นเดียวกัน โดยนำหลักการทางการศึกษามาประยุกต์ใช้ในการสร้างรูปแบบการฝึกฝนและการถ่ายทอดที่ชัดเจน ทำให้สามารถส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาแก่นและคุณค่าของศิลปะดั้งเดิมไว้
ฟ้อนในลำพูนยังมีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องต้อนรับและเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมของชุมชน การฟ้อนจึงทำหน้าที่เป็นภาษาทางสังคมที่ใช้แสดงความยินดี ความเคารพ และความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าบ้านกับผู้มาเยือน
นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างช่างซอกับช่างฟ้อนยังเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนให้เห็นระบบการสื่อสารทางวัฒนธรรมที่ดำเนินควบคู่กัน ช่างซอทำงานผ่านภาษา เสียง และเรื่องเล่า ขณะที่ช่างฟ้อนทำงานผ่านร่างกายและการเคลื่อนไหว ทั้งสองต่างทำหน้าที่เล่าเรื่องเช่นเดียวกัน แต่ใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน กล่าวได้ว่า ช่างซอคือร่างกายของภาษา และช่างฟ้อนคือภาษาของร่างกาย
ภาพรวมขององค์ความรู้จากลำพูนจึงเผยให้เห็นศักยภาพของศิลปะพื้นบ้านในการพัฒนาเข้าสู่ระบบการเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้ที่เป็นระบบ โดยไม่สูญเสียแก่นสารของภูมิปัญญาดั้งเดิม อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างครูภูมิปัญญาท้องถิ่นกับระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นกระบวนการจัดระเบียบองค์ความรู้ที่สามารถสืบทอด ต่อยอด และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน
เวิร์คชอปช่วงบ่าย
การเรียนรู้ในช่วงเช้าทำให้เห็นว่าองค์ความรู้ทางศิลปะพื้นบ้านของลำพูนไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในรูปแบบของการปฏิบัติหรือการสืบทอดแบบปากต่อปากเท่านั้น แต่ยังผ่านกระบวนการจัดระบบ วิเคราะห์ และพัฒนาให้สามารถถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในงานฟ้อน งานซอ และศิลปะการต่อสู้ พ่อครูทรงชัย ครูพรศิลป์ ครูขวัญชัย และแม่ครูปราณี ต่างแสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาดั้งเดิมสามารถถูกแปลงเป็นภาษาการสอนและกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบได้ โดยยังคงรักษาแก่นและคุณค่าทางวัฒนธรรมเอาไว้
แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดในเวิร์คชอปช่วงบ่าย ผ่านการสำรวจแนวคิดเรื่อง “จุด” และ “4 ลำดับขั้นของสิ่งมีชีวิต” ซึ่งทำหน้าที่เป็นภาษากลางในการอธิบายโครงสร้างของการเคลื่อนไหว แทนการเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบเพียงอย่างเดียว ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การมองการเคลื่อนไหวในฐานะกระบวนการที่มีลำดับขั้น เริ่มจากจุดเล็ก ๆ การขยายตัว การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ ก่อนจะย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
ความเชื่อมโยงระหว่างช่วงเช้าและช่วงบ่ายจึงอยู่ที่การทำความเข้าใจว่า ศิลปะพื้นบ้านมิได้เป็นเพียงชุดของท่าทางหรือบทเพลงที่ต้องจดจำ แต่เป็นระบบความคิดและองค์ความรู้ที่สามารถวิเคราะห์ จัดระเบียบ และถ่ายทอดได้ ผ่านทั้งภาษา เสียง เรื่องเล่า และร่างกาย กระบวนการในช่วงบ่ายจึงเป็นการนำหลักการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดของครูภูมิปัญญามาแปลงเป็นเครื่องมือร่วมสมัย เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นโครงสร้างภายในของการเคลื่อนไหว เข้าใจที่มา และสามารถนำองค์ความรู้เหล่านั้นไปต่อยอดหรือสร้างสรรค์ในบริบทใหม่ได้ต่อไป

วันศุกร์ที่ เสาร์ที่ 14 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 - 12.00 และ 13.00 - 17.00 น. ณ โรงแรมศรีกันใจ รีสอร์ท ลำพูน เวิร์คชอปช่วงเช้า คุณครูอาวุโส/คุณครูฟ้อน รับเชิญ

1.พ่อครูทรงชัย สมปรารถนา สำนักดาบเมตตา อริยเมฆ 2.ครูพรศิลป์ มะโนเพ็ญ 3.ครูขวัญชัย สุรินทรศรี และ แม่ครูปราณี

การเรียนรู้ในจังหวัดลำพูนสะท้อนให้เห็นกระบวนการพัฒนาองค์ความรู้พื้นบ้านเข้าสู่ระบบการเรียนรู้อย่างเป็นรูปธรรม โดยพ่อครูทรงชัย ได้ถ่ายทอดภูมิปัญญาดั้งเดิมที่สืบทอดมาจากครูรุ่นก่อน พร้อมทั้งนำหลักการทางการศึกษามาใช้ในการวิเคราะห์ จัดระบบ และพัฒนากระบวนการฝึกฝนขึ้นใหม่ จนเกิดเป็นรูปแบบการเรียนการสอนที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว สามารถถ่ายทอดและสืบสานองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างเป็นระบบ ในส่วนของการซอ ครูขวัญชัย สุรินทรศรี และแม่ครูปราณี ได้สะท้อนให้เห็นบทบาทของช่างซอในฐานะผู้เล่าเรื่องของชุมชน ซอไม่ใช่เพียงการขับร้องบทเพลง แต่เป็นระบบการสื่อสารที่ถ่ายทอดเรื่องราวของความรัก ความงาม ความสุข ความทุกข์ และความทรงจำของผู้คน ตัวอย่างสำคัญคือเรื่องพระลอ ซึ่งแสดงให้เห็นว่าภาษา เสียง และเรื่องเล่ามีบทบาทสำคัญในการสร้างจินตนาการร่วมและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของชุมชน ขณะเดียวกัน ครูพรศิลป์ มะโนเพ็ญ ได้ถ่ายทอดการฟ้อนเทียนผ่านกระบวนการที่มีการวิเคราะห์และจัดระบบองค์ความรู้เช่นเดียวกัน โดยนำหลักการทางการศึกษามาประยุกต์ใช้ในการสร้างรูปแบบการฝึกฝนและการถ่ายทอดที่ชัดเจน ทำให้สามารถส่งต่อองค์ความรู้สู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยยังคงรักษาแก่นและคุณค่าของศิลปะดั้งเดิมไว้ ฟ้อนในลำพูนยังมีบทบาทสำคัญในฐานะเครื่องต้อนรับและเป็นส่วนหนึ่งของงานบุญ งานพิธี และกิจกรรมของชุมชน การฟ้อนจึงทำหน้าที่เป็นภาษาทางสังคมที่ใช้แสดงความยินดี ความเคารพ และความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าบ้านกับผู้มาเยือน นอกจากนี้ ความสัมพันธ์ระหว่างช่างซอกับช่างฟ้อนยังเป็นประเด็นสำคัญที่สะท้อนให้เห็นระบบการสื่อสารทางวัฒนธรรมที่ดำเนินควบคู่กัน ช่างซอทำงานผ่านภาษา เสียง และเรื่องเล่า ขณะที่ช่างฟ้อนทำงานผ่านร่างกายและการเคลื่อนไหว ทั้งสองต่างทำหน้าที่เล่าเรื่องเช่นเดียวกัน แต่ใช้เครื่องมือที่แตกต่างกัน กล่าวได้ว่า ช่างซอคือร่างกายของภาษา และช่างฟ้อนคือภาษาของร่างกาย ภาพรวมขององค์ความรู้จากลำพูนจึงเผยให้เห็นศักยภาพของศิลปะพื้นบ้านในการพัฒนาเข้าสู่ระบบการเรียนรู้และการถ่ายทอดความรู้ที่เป็นระบบ โดยไม่สูญเสียแก่นสารของภูมิปัญญาดั้งเดิม อีกทั้งยังทำหน้าที่เป็นสะพานเชื่อมระหว่างครูภูมิปัญญาท้องถิ่นกับระบบการศึกษา สะท้อนให้เห็นกระบวนการจัดระเบียบองค์ความรู้ที่สามารถสืบทอด ต่อยอด และพัฒนาได้อย่างยั่งยืน เวิร์คชอปช่วงบ่าย การเรียนรู้ในช่วงเช้าทำให้เห็นว่าองค์ความรู้ทางศิลปะพื้นบ้านของลำพูนไม่ได้ดำรงอยู่เพียงในรูปแบบของการปฏิบัติหรือการสืบทอดแบบปากต่อปากเท่านั้น แต่ยังผ่านกระบวนการจัดระบบ วิเคราะห์ และพัฒนาให้สามารถถ่ายทอดสู่คนรุ่นใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งในงานฟ้อน งานซอ และศิลปะการต่อสู้ พ่อครูทรงชัย ครูพรศิลป์ ครูขวัญชัย และแม่ครูปราณี ต่างแสดงให้เห็นว่าภูมิปัญญาดั้งเดิมสามารถถูกแปลงเป็นภาษาการสอนและกระบวนการเรียนรู้ที่เป็นระบบได้ โดยยังคงรักษาแก่นและคุณค่าทางวัฒนธรรมเอาไว้ แนวคิดดังกล่าวถูกนำมาต่อยอดในเวิร์คชอปช่วงบ่าย ผ่านการสำรวจแนวคิดเรื่อง “จุด” และ “4 ลำดับขั้นของสิ่งมีชีวิต” ซึ่งทำหน้าที่เป็นภาษากลางในการอธิบายโครงสร้างของการเคลื่อนไหว แทนการเรียนรู้ด้วยการเลียนแบบเพียงอย่างเดียว ผู้เข้าร่วมได้เรียนรู้การมองการเคลื่อนไหวในฐานะกระบวนการที่มีลำดับขั้น เริ่มจากจุดเล็ก ๆ การขยายตัว การเชื่อมโยงความสัมพันธ์ และพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ ก่อนจะย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง ความเชื่อมโยงระหว่างช่วงเช้าและช่วงบ่ายจึงอยู่ที่การทำความเข้าใจว่า ศิลปะพื้นบ้านมิได้เป็นเพียงชุดของท่าทางหรือบทเพลงที่ต้องจดจำ แต่เป็นระบบความคิดและองค์ความรู้ที่สามารถวิเคราะห์ จัดระเบียบ และถ่ายทอดได้ ผ่านทั้งภาษา เสียง เรื่องเล่า และร่างกาย กระบวนการในช่วงบ่ายจึงเป็นการนำหลักการที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังการถ่ายทอดของครูภูมิปัญญามาแปลงเป็นเครื่องมือร่วมสมัย เพื่อช่วยให้ผู้เข้าร่วมมองเห็นโครงสร้างภายในของการเคลื่อนไหว เข้าใจที่มา และสามารถนำองค์ความรู้เหล่านั้นไปต่อยอดหรือสร้างสรรค์ในบริบทใหม่ได้ต่อไป

Summarizer
โดย คุณพิเชษฐ์ กลั่นชื่น
ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2549 และศิลปินรางวัลฟูกูโอกะ พ.ศ.2569
ผู้ร่วมดำเนินโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ