หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ

Loading...
Fonmuang
กำลังโหลดข้อมูล...
Article

เวิร์คช็อป

"ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน" เชียงใหม่

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PKDC และ Greater Chiang Mai เวิร์คช็อป ถอดรหัส “ฟ้อน”จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อร่วมเรียนรู้กับพ่อครูแม่ครูฟ้อนเมืองรุ่นอาวุโส และแลกเปลี่ยนหลักการความสร้างสรรค์ร่วมสมัยกับพี่พิเชษฐ กลั่นชื่น (ศิลปินศิลปธร)

เมื่อวันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 9.30-17.00 น. ณ ห้องประชุม 30 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่

"ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน" เชียงใหม่

บทสรุปภาพรวม

วันศุกร์ที่ 13 มีนาคม 2569 เวลา 9.30 - 12.00 และ 13.00 - 17.00 น. ณ ห้องประชุม 30 ปี คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่
เวิร์คชอปช่วงเช้า 
คุณครูอาวุโส/คุณครูฟ้อน รับเชิญ
1.    เจ้าสุรีย์ ณ เชียงใหม่ สายคุ้มหลวง พระราชชายา 
2.    แม่ครูบัวเร็ว เวสสุคำ ฟ้อนก๋ายลาย 
3.    ครูก้อย ปราณี รถทอง ฟ้อนดาบ
4.    ครูบุญยิ่ง ปุญญวัฒน์ สันติพิศาล ศิษย์ ครูสุ่ม เจิงสำนักฟ้างาม
การเรียนรู้ในจังหวัดเชียงใหม่สะท้อนให้เห็นโครงสร้างของศิลปะที่มีลำดับชั้นอย่างชัดเจน โดยเฉพาะสายคุ้มหลวง เจ้าสุรีย์ ณ เชียงใหม่ สายคุ้มหลวง พระราชชายา  ซึ่งมีความละเอียดอ่อนทั้งในเชิงท่าทาง น้ำหนัก และจังหวะ การฟ้อนในบริบทนี้ไม่ได้เป็นเพียงการเคลื่อนไหว แต่เป็นการแสดง ระเบียบ และ สถานะ ผ่านร่างกาย ในขณะเดียวกัน เมื่อเปรียบเทียบกับฟ้อนพื้นบ้าน เช่น ฟ้อนก๋ายลาย หรือเจิง จะพบว่ามีความแตกต่างในพลังงานและจังหวะ แต่ยังคงมี แกนร่วม บางอย่าง เช่น การใช้วงแขน การย่างเท้า และความสัมพันธ์กับดนตรี

ครูก้อย ฟ้อนดาบ การฟ้อนมีรากลึกอยู่กับการภาวนา การสวดมนต์ และการสื่อสารกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ การเคลื่อนไหวของร่างกายไม่ได้แยกออกจากเสียงสวด แต่เป็นส่วนหนึ่งของกันและกัน

ร่างกายของผู้ฟ้อนทำหน้าที่เป็นสื่อกลางระหว่างมนุษย์กับโลกที่มองไม่เห็น ฟ้อนจึงไม่ใช่ความบันเทิง แต่เป็นการปฏิบัติ เป็นพิธีกรรม และเป็นการทำให้ร่างกายเข้าสู่ภาวะของความศรัทธา

ประเด็นสำคัญอีกประการหนึ่งคือความรู้อยู่ในร่างกายของครูสูงวัย แม่ครูบัวเร็ว แม้ร่างกายจะเสื่อมถอย เคลื่อนไหวได้น้อยลง แต่ความรู้ไม่ได้หายไป ร่างกายที่เปลี่ยนไปยังคงเป็นคลังความรู้ เพราะเป็นการยืนยันว่า ร่างกายที่ไม่สมบูรณ์แบบตามมาตรฐานการแสดง ยังสามารถเป็นร่างกายแห่งความรู้ เป็นร่างกายแห่งประวัติศาสตร์ และเป็นร่างกายแห่งการถ่ายทอดได้

ครูบุญยิ่ง
รูปทรงสำคัญที่พบในล้านนา ในเจิง และ ฟ้อนดาบ ได้แก่ วงกลม เส้นโค้ง และการเคลื่อนที่แบบหมุนวน สิ่งเหล่านี้สะท้อนโลกทัศน์ของล้านนาที่ไม่ได้เดินเป็นเส้นตรง แต่เคลื่อนไปแบบวนกลับ ซ้ำ ยืดหยุ่น และสัมพันธ์กับจักรวาล
สิ่งที่น่าสนใจคือ แม้จะมีความแตกต่างเชิงรูปแบบ แต่ทั้งสองระบบสามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้โดยไม่ขัดแย้ง มีความหลากหลาย การถ่ายทอดจากสายคุ้มหลวงและรูปแบบฟ้อนดั้งเดิม เช่น ฟ้อนก๋ายลาย ฟ้อนดาบ และเจิง สะท้อนความสัมพันธ์ระหว่าง “ศิลปะชั้นสูง” และ “ศิลปะพื้นบ้าน” ที่ยังคงเชื่อมโยงกัน
เวิร์คชอปช่วงบ่าย
แนวคิดและกระบวนการเรียนรู้ร่วม Workshop  เน้นการเรียนรู้ผ่านร่างกาย  (embodied knowledge) โดยมีประเด็นสำคัญ ได้แก่ การเคลื่อนไหว 2 ลักษณะหลักๆ โครงสร้างวงกลม และ พื้นที่ว่างของโครงสร้างท่า
-    ความสัมพันธ์ของร่างกาย (synchonic lims) ระหว่าง มือ เท้า หัว และ ความสัมพันธ์ร่างกายกับพื้นที่
-    แนวคิด วงกลมมีทางออกทุกทาง สะท้อนความยืดหยุ่นของระบบการเคลื่อนไหว
-    การใช้ วัตถุในชีวิตประจำวัน (เครื่องมือทำมาหากิน / อาวุธ) เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างท่า
-    การเชื่อมโยงศิลปะการต่อสู้กับการฟ้อน
-    เปลี่ยนรูปแบบการสร้างท่าฟ้อนจากร่างกายของผู้เข้าร่วมเป็นพื้นที่ว่างของร่างกายแทน
จากขบวนการทั้งช่วงเช้าและบ่าย ผู้เข้าร่วมได้นำองค์ความรู้ที่ได้รับจากครูฟ้อนมาสู่กระบวนการวิเคราะห์และทดลองเชิงร่วมสมัย โดยแยกองค์ประกอบสำคัญของการเคลื่อนไหวออกมา เช่น โครงสร้างวงกลม ความสัมพันธ์ระหว่างมือ เท้า ศีรษะ และพื้นที่ รวมถึงการใช้วัตถุในชีวิตประจำวันและอาวุธเป็นส่วนหนึ่งของการสร้างท่าเคลื่อนไหว
กระบวนการดังกล่าวทำให้เห็นว่าแก่นสำคัญของการฟ้อนไม่ได้อยู่เพียงที่รูปทรงภายนอกของท่ารำ แต่ยังอยู่ในระบบความสัมพันธ์ภายในของร่างกาย พื้นที่ และวิธีคิดที่อยู่เบื้องหลังการเคลื่อนไหว    แนวคิด “วงกลมมีทางออกทุกทาง” จึงกลายเป็นเครื่องมือในการทำความเข้าใจความยืดหยุ่นขององค์ความรู้ล้านนา ซึ่งสามารถปรับเปลี่ยน ต่อยอด และสร้างความหมายใหม่ได้โดยยังคงเชื่อมโยงกับรากฐานดั้งเดิม
การเชื่อมโยงระหว่างช่วงเช้าและช่วงบ่ายจึงเป็นการเคลื่อนจากการเรียนรู้มรดกทางวัฒนธรรมผ่านร่างกายของครูผู้สืบทอดองค์ความรู้ ไปสู่การทดลองตีความและสร้างความรู้ใหม่ผ่านร่างกายของผู้เข้าร่วมเอง ทำให้เห็นว่าศิลปะการฟ้อนเป็นทั้งคลังความทรงจำของอดีต และพื้นที่สำหรับการสร้างสรรค์ความหมายใหม่ในปัจจุบัน

Summarizer
โดย คุณพิเชษฐ์ กลั่นชื่น
ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2549 และศิลปินรางวัลฟูกูโอกะ พ.ศ.2569
ผู้ร่วมดำเนินโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ