หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ

Loading...
Fonmuang
กำลังโหลดข้อมูล...
Article

บทความ

ปวนเจิง

ย้อนไปเมื่อ ๘๐ ปีก่อน ที่หมู่บ้านร้องวัวแดง ตำบลร้องวัวแดง อำเภอสันกำแพง เชียงใหม่ มีชายฉกรรจ์ผู้หนึ่งมีฝีมือในชั้นเชิงการต่อสู้เป็นที่เลื่องลือ ชายผู้นั้นชื่อ “ปวน คำมาแดง” ซึ่งหลังจากลาสิกขาจากการบรรพชาเป็นสามเณรแล้ว เขาได้ตระเวนศึกษาวิชาการต่อสู้จากครูอาจารย์หลายสำนัก จนเชี่ยวชาญหาตัวจับได้ยาก จนได้รับฉายาว่า “ปวนเจิง” ศิลปะการต่อสู้ที่เรียกว่า “เจิง”มีทั้งศิลปะการใช้ “ไม้ค้อนสองหัว” (พลอง) ดาบ หอก รวมทั้งเชิงมือเปล่า ตลอดจนลวดลายลีลาในการฟ้อน โดยเฉพาะฟ้อนที่มีชื่อเสียงคือ “ฟ้อนเจิงสาวไหม” หลังจากฤดูทำนา นายปวนจะออกจากบ้านไปสอนศิลปะการต่อสู้ตามหมู่บ้านต่างๆ ถึงหมู่บ้านไหนก็สอบถามดูความประสงค์ว่าจะมีคนเรียนมากพอหรือไม่ หากมีจำนวนพอสอนได้ ก็ตั้งสำนักชั่วคราวทำการสอนซึ่งส่วนใหญ่จะสอนในบริเวณวัด หรือสถานที่สงัด เช่น ป่าช้า สำหรับค่าครูจะคิดเป็นเงินตามที่ตกลงกันว่าจะเรียนมากหรือน้อย หากใครไม่มีเงินก็ขอเป็นข้าวสาร ข้าวสารที่ได้ก็นำไปขายเป็นเงินอีกทีหนึ่ง อาณาเขตที่เดินทางไปสอนขยายวงกว้างออกไปเรื่อยๆ จำนวนศิษย์ที่ถ่ายทอดวิชาให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น ทุกคนเรียกด้วยความเคารพยกย่องว่า “พ่อครูปวน” หมู่บ้านแม่คือ ตำบลแม่คือ อำเภอดอยสะเก็ด เชียงใหม่ เป็นอีกหมู่บ้านหนึ่งที่พ่อครูปวนได้มีโอกาสไปสอนศิษย์ ณ หมู่บ้านแห่งนี้ มีผู้สมัครเรียนประมาณ ๑๐ คน และหนึ่งในจำนวนนั้น มีพ่อครูกุย สุภาวสิทธิ์ ซึ่งภายหลังได้อพยพไปอยู่บ้านศรีทรายมูล จังหวัดเชียงราย ต่อมาท่านถ่ายทอดฟ้อนสาวไหมให้ธิดาสาวคือเด็กหญิงบัวเรียว สุภาวสิทธิ์ เมื่อเด็กหญิงเติบโตขึ้นมีครอบครัวก็ยังคงฟ้อนสาวไหมจนมีชื่อเสียงระบือไกล ในที่สุดฟ้อนสาวไหมเชียงราย กลายเป็นศิลปะการแสดงที่ทรงค่าของชาติ นางบัวเรียว หรือแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ได้รับการยกย่องเชิดชูเป็นศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง(การแสดงพื้นบ้าน-ช่างฟ้อน) ในปี พ.ศ.๒๕๕๙ ตัดภาพมาที่หมู่บ้านแม่คือ พ่อครูปวนได้มีโอกาสได้ไปสอนที่นั่นอีกครั้ง ขณะนั้นท่านอายุ ๘๐ ปี ผู้ได้รับการถ่ายทอดมีประมาณ ๗ คน หนึ่งในนั้นคือ พ่อครูหล้า นามเต็มคือ"คำสุข ช่างสาร" บทความโดย : สนั่น ธรรมธิ
ปวนเจิง