ฟ้อนดาบเป็นสิ่งที่ชื่นชอบตั้งแต่สมัยเด็ก (ประถม1) เพราะใจรักจึงได้หมั่นฝึกซ้อมทุกวันตาพันธุ์ (พ่อครูมานพ ยาระณะ ศิลปินแห่งชาติ) ก็คอยเฝ้าแบบเข็มงวดมาก แต่ละแม่แต่ละท่วงท่าผิดนิดเดียวก็จะต้องฟ้อนซ้ำอยู่ในนั้นเป็นเดือนกว่าจะสอนต่อ จนทำให้เรามีความตั้งใจไม่อยากผิดพลาดเพื่อที่จะได้เรียนรู้ให้เป็นเร็วขึ้นสรุปใช้เวลานานนับปี การฟ้อนมักจะได้ไปแสดงตามวัด ตามงานบุญ ตามที่ตาจะพาไปร่วมบุญ ตาจะไม่รับค่าตอบแทน มีช่วงหนึ่งที่ตาได้รับเชิญไปสอนตามหน่วยงานราชการตามสถานที่ราชการต่างๆ และได้เป็นครูพิเศษในวิทยาลัยนาฏศิลป์เชียงใหม่ตอนเย็นก็จะมีหลายวัดที่นำเด็กมาเรียนฟ้อน ใช้ลานดินพื้นบ้านตาเพื่อสอนเด็กๆ เห็นแล้วคิดถึงตัวเองตอนเริ่มเรียน เราก็จะไปฟ้อนตามวันสำคัญตามศาสนาประเพณีต่างๆโดยไม่รับค่าตอบแทนตามที่ตาเคยทำ
จาก “ฟ้อนพื้นดิน สู้โรงละคร”
“ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน” จิตวิญญาณล้านนา ความรักปรากฏรูป ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ
โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง ศิลปินรางวัลฟูกูโอกะ และ Greater Chiang Mai
วันนั้น อ.อรชติดต่อมาเพื่อขอเชิญสาธิตในเวิร์คชอปที่เชียงใหม่ และจากนั้นก็ขอสัมภาษณ์ เราประหม่า คนฟ้อนก็มีแยะ ฟ้อนสวย แล้วก็คล่องตัวดีกว่า จุดเริ่มต้น สัมภาษณ์และถ่ายรูปท่าฟ้อน
มีการสัมภาษณ์ที่โรงเรียนสืบสาน สถานที่ตาเคยมาสอน.บทสัมภาษณ์ก็ได้พูดถึงการเรียนการสอนความผูกพัน มีต่อพ่อครูพันธ์ จากสัมภาษณ์สู่การเสวนาพ่อครูแม่ครูของ 8 จังหวัดภาคเหนือเริ่มติดตามไปกับโครงการตามที่ต่างๆ เริ่มรู้จักพี่น้องที่ร่วมโครงการความผูกพันก็เริ่มก่อตัวดีใจทุกครั้งที่เจอกันจากเชียงใหม่มุ่งสู่ลำปางในงาน พิธีไหว้ครูและลงข่วงถวายมือประทับใจในการจัดงานมีโอกาสได้รู้จักพ่อครูแม่ครูจาก 8 จังหวัดภาคเหนือการแสดงสวยงามอลังการ ช่วงฟ้อนลงข่วงได้มีโอกาสตีฉาบขอแสดงออกทุกอย่างที่ตาพันเคยสอนความรู้สึกเหมือนตาอยู่ไก้ลเราอยู่กับเรา
วันที่ 22 สิงหาคม งานแสดงปิดโครงการที่โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลป์เหมือนงานรวมญาติเหมือนได้เจอได้เจอญาติผู้ใหญ่ เพื่อนๆที่มีใจรักในศิลปะวัฒนธรรม ชื่นชมทุกๆท่าน ช่วงช้อมจากที่เคยฟ้อนเดี่ยวเป็นฟ้อนกลุ่มพยายามทำหน้าที่ของตัวเองกับกลุ่มให้ดีที่สุด เพื่อนร่วมกลุ่มมีน้องสตาฟคอยดูแลและให้คำปรึกษาอบอุ่นมากค่ะในห้องแต่งตัวก็จะมีการช่วยกันจัดชุดแต่งหน้าบรรยากาศอบอุ่นเหมือนครอบครัวที่คอยช่วยเหลือกัน
ก่อนแสดงเราได้ขึ้นท้าวทั้ง 4 แบบล้านนาเพื่อเป็นสิริมงคลกับโครงการและผู้แสดงทุกท่านนักแสดงเตรียมพร้อมเปิดฉากด้วยแม่ครูจังหวัดแพร่ที่ออกมาขับเพลงซอเสียงของแม่ครูไพเราะมากสะกดคนดูทั้ง
โรงละครที่หลังเวทีพวกนักแสดงก็จะตบมือเป็นจังหวะให้แม่ครู
กลุ่มพร้อมทำหน้าที่ของตัวเองออกมาโพสต์ท่าตรงที่มีแสงส่องโดยไม่ใช้เสียงดนตรีเป็นประสบการณ์ใหม่ที่ตื่นเต้นเมื่อทุกกลุ่มออกมาครบจนหมดแล้วเราก็จะอยู่หลังเวทีเพื่อเตรียมตัวเสียงดนตรีดังขึ้นแบบตื่นเต้นเร้าใจ ตามด้วยลีลาการฟ้อนของกลุ่มที่ 1 กลุ่มที่ 2 กลุ่มที่ 3 และกลุ่มที่ 4 ทุกกลุ่มแสดงความสามารถของตัวเองครบทุกกลุ่มอีกช่วงที่ทุกคนต้องทยอยออกไปหน้าเวทีทุกคนครบทุกกลุ่มทุกคนจะฟ้อนตามแบบของตัวเองไม่มีการแข่งขันไม่มีเส้นแบ่งมีแต่ความชื่นชมความสามารถในการและมีรอยยิ้มให้กัน ช่วงหนึ่งที่ประทับใจคือการแสดงของแม่ครูอาวุโส คือเจ้าป้าสุรีย์ แม่ครูจันทร์หอม แม่ครูบัวเร็ว
แต่ละท่านมีจิตวิญญาณของนักแสดงอายุไม่ใช่อุปสรรคสำหรับท่านเลยจริงๆ เริ่มการแสดงของพ่อครูแต่ละท่าน ทยอยออกมาฟ้อนเจิงน่าดูและประทับใจมาก ช่วงสุดท้ายแสดงทุกคนจะออกมาฟ้อนข่วงบนเวทีเราวางดาบออกลีลาตีฉาบสนุกสุดๆแบบไร้เส้นแบ่งมีแต่มิตรภาพและรอยยิ้มเชิญพูดชมออกมาร่วมสนุกบนเวทีมิตรภาพมากมายบนเวทีแห่งนี้..เวทีที่เปิดโอกาสให้คนอย่างเราจากแสดงบนพื้นดินสู่พื้นโรงละคร
การแสดงจบ แต่ผ้าม่านยังไม่ปิดนักแสดงล้อมวงมีโอกาสได้พูดได้เปิดใจกับการแสดงความประทับใจในครั้งนี้บางท่านก็ปลื้มปิติประทับใจจนน้ำตาใหลตัวเรามองไปรอบๆ ดูทุกคนและบอกกับตัวเองว่านี่คือครอบครัวของเรา