หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ

Loading...
Fonmuang
กำลังโหลดข้อมูล... 0%
ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

ชีวิตลิขิตฟ้อน โดย ก้องภพ ศิลปสนธยานนท์

ปฐมบทแห่งการเริ่มต้นของการเป็นช่างฟ้อนของข้าพเจ้าตามจำความได้คือวัยเด็กที่เริ่มต้นด้วยการถูกยุยงฟ้อนรำท่ามกลางงานเลี้ยงสังสรรค์ของครอบครัว จุดนี้คือสิ่งที่ฝังในใจตั้งแต่เด็กเรื่อยมา คอยตามหาโอกาสที่จะได้แสดงออกในการฟ้อนรำแต่ก็มีโอกาสน้อยนักเนื่องด้วยไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นไปฝึกฝนที่ไหน ใครจะนำพาไปฝึกฝน ได้แต่เฝ้ามองเพื่อนๆขึ้นเวทีแสดงงานต่างๆเท่านั้น เมื่อเติบใหญ่ขึ้นกลับค้นพบหาทางในการหาเวทีแสดงออกด้วยระบบครูพักลักจำ หนทางนี้น่าจะเหมาะสมกับตนเองกอรปกับได้เข้ามาศึกษาในรั้วคณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ซึ่งเป็นแหล่งสรรพวิชาความรู้อันหลากหลายไม่เพียงแต่วัฒนธรรมล้านนาเท่านั้นยังรวมไปถึงเรียนรู้ของภูมิภาคเอเชียด้วย จึงค้นพบตัวตนว่าการเป็นช่างฟ้อนคือความสุขและคือส่วนหนึ่งของชีวิตไปเสียแล้ว การได้ออกไปเห็นกายภาพทางวัฒนธรรมล้านนาในงานประเพณีต่างๆ รวมถึงในภูมิภาคเอเชียทำให้เกิดความเข้าใจในการใช้ฟ้อนเมืองมาเป็นส่วนประกอบรับใช้ในงานสังคม ประเพณี ทำความเข้าใจ สังเกตการณ์เก็บเล็กผสมน้อยและมุ่งตรงในการฝึกฝนกับศิลปินต้นฉบับ จนก่อเกิดกลายเป็นตัวตนเป็น “ช่างฟ้อนมืออาชีพ” ออกงานรับใช้สังคมเฉกเช่นเดียวกัน เดิมทีเป็นคนมีจิตสำนึกรักบ้านเกิดในการอนุรักษ์ศิลปวัฒนธรรมเป็นเดิมพันอยู่แล้วเมื่อกลับหันมามองเมืองลำปาง เมืองขึ้นชื่อว่าเป็นเมืองที่ไม่หมุนตามกาลเวลา ผู้คนยังคงวิถีเดิมๆ ตึกรามบ้านช่องยังคงเดิม ประเพณีท้องถิ่นก็ยังดำเนินเรื่อยมา แต่ศิลปะการแสดงพื้นบ้านโบราณลำปางนี้ยังไม่ค่อยเด่นชัดนั่นคือสิ่งที่นึกคิดและค้นหาเสมอมา เราจะฟื้นฟูและค้นหาศิลปินรุ่นเก่าของเมืองลำปางนี้อย่างไร จึงเริ่มเสาะหากลุ่มคนดังกล่าวในแวดวงช่างฟ้อนของลำปาง แต่ก็ช่างยากเหลือเกินเพราะศิลปินต่างอยู่กระจัดกระจายอยู่ในชุมชนของตนและต่างลาลับโลกไปเสียมาก ได้แต่ฝากชื่อและฝากความทรงจำของผู้คนว่าเคยเห็นเพียงเท่านั้น จวบเหมาะที่เกิดโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ที่มีเป้าประสงค์ในการเฟ้นหาศิลปินพื้นบ้านของแต่ละจังหวัดเกิดขึ้นนั่นทำให้หัวใจของข้าพเจ้าพองโต การตามหาศิลปินพื้นบ้านทั้งรุ่นเก่า รุ่นกลางคือโจทย์ยากของเมืองลำปางเพราะศิลปินไม่ค่อยได้ออกงานใหญ่ และการแสดงแบบสมัยนิยมใหม่ๆกลับมาแทนที่การฟ้อนแบบพื้นเมือง จนในที่สุดก็ค้นพบว่าลำปางยังเหลือศิลปินรุ่นเก่าที่ยังมีชีวิตทั้งการฟ้อนดาบชาย ดาบหญิง เจิงชาย เจิงหญิง ฟ้อนประกอบกลองมองเซิง ฟ้อนพญาจ่าฟ้อนที่อุบัติขึ้นพร้อมกับการสร้างประเพณีแห่สลุงหลวงลำปางอันเลื่องชื่อ เป็นนิมิตรหมายอันดีที่เมืองลำปางยังเหลือบุคลากรสำคัญเหล่านี้ไว้แต่ก็มิได้หยุดการค้นหาเพียงเท่านี้ ข้าพเจ้ามุ่งมั่นจะค้นหากลุ่มศิลปินคนอื่นๆต่อไปเพราะช่วงเวลานี้เป็นช่วงเวลาหัวเลี้ยวหัวต่อของวัฒนธรรมการฟ้อนล้านนา รุ่นเก่าไป รุ่นใหม่มา การได้เห็นลีลาลวดลาย องศาการวาดฟ้อนอย่างรุ่นเก่าในยุคปัจจุบันคือสิ่งสำคัญในการศึกษาเรียนรู้และบันทึกอย่างเป็นระบบ

ฟ้อนเมืองประกอบกลองมองเซิง อ.แม่เมาะ รุ่นอาวุโสคนสุดท้าย

 

ฟ้อนเจิงชาย อ.เสริมงาม รุ่นอาวุโสคนสุดท้าย พร้อมศิษย์รุ่นกลาง

 

ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน  คำนี้อาจเป็นคำที่ได้ยินทั่วไปซึ่งหมายถึงการฟ้อนพื้นเมืองล้านนาและล้านนาเป็นเมืองแห่งการฟ้อนรำ แต่เนื้อแท้ของชื่อนี้คือชื่อโครงการที่สร้างปรากฏการณ์แห่งวงการฟ้อนเมืองล้านนาให้เกิดความมีชีวิตชีวาอีกครั้ง  นั่นคือการนำเอาองค์ความรู้เดิมของการฟ้อนเมืองมาอวดโฉมในรูปแบบใหม่ เพื่อทำให้ผู้คนในแวดวงศิลปะการแสดงกลับมาทบทวนทุนทางวัฒนธรรมเดิมของบ้านเกิดตนเองไปต่อยอดสร้างสรรค์หรือหาหนทางอนุรักษ์ในอนาคตอย่างไร กระบวนการของโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อนมิได้มุ่งเน้นแค่การนำเสนอเรื่องการฟ้อนพื้นเมืองเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการบันทึกเรื่องราวชีวิตของศิลปินรุ่นเก่าถึงรุ่นกลางที่ยังคงสืบทอดรูปแบบการแสดงแบบระบบเดิมอยู่ ซึ่งนั่นถือเป็นสิ่งสำคัญในการเข้าถึงหัวใจของการฟ้อนเมืองล้านนา การบันทึกดังกล่าวอาจบันทึกด้วยระบบเทคโนโลยีหรือแม้กระทั่งบันทึกผ่านสายตาแล้วจดจำไว้ในความทรงจำ ทำให้รับรู้ ทำความเข้าใจและเกิดเป็นความเป็นภาคภูมิใจในการเป็นผู้สืบสานต่อไป หากจะกล่าวว่าอายุศิลปินนั้นสั้นแต่อายุของศิลปะนั้นยืนยาวก็คงกล่าวไว้ไม่ผิด ศิลปินรุ่นเก่าเริ่มโรยรา บางท่านอาจมีโอกาสได้แสดงฝีมือเพียงแค่ในชุมชนของตนเองมิได้มีโอกาสได้เฉิดฉายฝีมือในดินแดนอื่นไกล โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อนนี้จึงเป็นเวทีหนึ่งที่เชิดชูและเปิดโอกาสให้ศิลปินท่านนั้นได้สำแดงฝีมืออีกครั้ง บางท่านไม่ได้ฟ้อนมานานนั่นก็ถือเป็นโอกาสได้เคาะสนิมแห่งการเวลา ปลุกฟื้นความทรงจำในอดีดที่เคยวาดฝีไม้ลายมือออกมาได้อย่างเป็นธรรมชาติ แววตาของศิลปินรุ่นเก่านั้นเปล่งประกายเมื่อแสดงท่ามกลางคนหมู่มากและเชื่อว่าท่านคงคิดว่าการแสดงพื้นบ้านที่เคยสืบสานจะไม่ได้จบไปกับตัวท่านหากแต่จะอยู่ในใจของผู้ชมอีกนาน

พิธีไหว้ครูฟ้อนเมือง 8 จังหวัดภาคเหนือและการลงข่วงฟ้อน ณ ลานข่วงหลักเมืองนครลำปางนับเป็นปรากฏการณ์ของประวัติศาสตร์ฟ้อนเมืองที่ผู้คนต่างกล่าวถึงในวงกว้าง เนื่องด้วยช่างฟ้อนแต่ละสำนักมีการไหว้ผีครูอย่าง “ผีไผ ไผมัน” หรือ “ครูใคร ครูมัน” แต่ในคราวนี้คือการรวมครูชั้นอาวุโส ครูชั้นกลางและช่างฟ้อนรุ่นใหม่ร่วมใจนบนอบไหว้สาผีครูร่วมกันทั้ง 8 จังหวัดอย่างเป็นหนึ่งเดียว ช่างฟ้อนไหว้ครูผ่านเครื่องเซ่น
คาวหวาน ดอกไม้ธูปเทียนในสวยดอกไม้แบบธรรมเนียมเดิมต่างร่วมอธิษฐานจิตไปยังขันครู 108 อันเป็นมงคล จากนั้นจึงเซ่นสรวงผีครูฟ้อนด้วยการลงฟ้อนของ 8 จังหวัดยังลานพิธี ที่รายล้อมโอบอุ้มด้วยบรรยากาศแบบเมืองเมือง เสียงดนตรีปี่พาทย์ สะล้อซอซึง กลองปูจา เสียงโห่ร้องกึกก้องคอยปลุกเร้าให้ช่างฟ้อนเกิดอาการ
ตื่นตา ตื่นใจ ตื่นรู้ตลอดช่วงเวลา สายตาของผู้เข้าร่วมกิจกรรมบ่งบอกได้ถึงพลังแห่งความสุขและการเปิดใจรับฟังในอัตลักษณ์ที่แตกต่างของแต่ละจังหวัด ผ่านการฟ้อนแลกเปลี่ยนซึ่งกันและการ ถึงแม้ว่าแต่ละจังหวัดอาจใช้บทเพลงในการแสดงที่แตกต่างกันแต่กระบวนท่าฟ้อนรำในขณะที่รำร่วมกันนั้นมีความลื่นไหลหากันอย่างอัศจรรย์ใจ ด้วยจิตวิญญาณของความเป็นช่างฟ้อนล้านนาเหมือนกันต่างร้อยเรียงอารมณ์และความรู้สึกไปในทิศทางเดียวกัน เกิดเป็นความปิดติยินดีและเกิดมิตรภาพระหว่างกันของช่างฟ้อน

 

การแสดงฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิตแห่งล้านนา Grammar of Lanna Living Bodies รูปแบบการแสดงผ่านมุมมองของนักวิเคราะห์การแสดงโดย พิเชษฐ กลั่นชื่น ผู้ออกแบบการแสดงที่ดึงเอารูปแบบการฟ้อนพื้นเมืองและธรรมชาติของพฤติกรรมของช่างฟ้อนล้านนา นำเสนอในวิธีใหม่อย่างระบบสากลแต่มิได้ลดทอนตัวตนของช่างฟ้อน การแสดงบางช่วงอาจไม่มีดนตรีมาเป็นสิ่งประกอบจังหวะท่วงท่าการฟ้อน แต่ปล่อยให้ศิลปินใช้ใจและความรู้สึกเป็นตัวนำพาการเคลื่อนไหวร่างกายผ่านความประณีตอันงดงามอย่างปัจเจกบุคคลและอย่างมวลหมู่ ปรากฏว่าดนตรีมิได้เป็นอุปสรรคในการสร้างงานศิลปะแต่กลับเกิดความงามอย่างลงตัว ช่างฟ้อนสามารถหาหนทางตัวเองแล้วพากลุ่มก้อนสรรสร้างเป็นองค์ประกอบการฟ้อนหมู่มวลออกมาเป็นองค์ประกอบอย่างดงามด้วยระบบบิดบัวบานเป็นวงกลมที่หาทางออกได้ทุกหนทาง ดังนั้นการนำเสนองานศิลปะการแสดงชิ้นนี้จึงเป็นสิ่งยืนยันได้ว่าฟ้อนล้านนามิได้ยืนอยู่กับที่และมิได้ยึดอยู่แต่กับงานประเพณีเพียงอย่างเดียว ฟ้อนล้านนาสามารถพัฒนาไปได้อีกหลากหลายมุมมองและยังคงอัตลักษณ์ความเป็นฟ้อนเมือง เมืองฟ้อนได้อย่างภาคภูมิ





 

โดย
ก้องภพ ศิลปสนธยานนท์
ศิลปินและผู้ประสานงานจังหวัดลำปาง