การเดินทางของโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ที่เดินทางไปในจุดหมายที่สิ้นสุดและเกิดการต่อยอดความรู้ภูมิปัญญา ความภาคภูมิใจ การได้เห็นคุณค่าความงามและจิตวิญญาณ ที่ถูกบันทึกไว้ในร่างกายที่เกิดจากกระบวนการเรียนที่มีแบบแผนของพ่อครู ในทุกกิจกรรมกระผมในฐานะผู้ที่มีความชื่นชอบ หลงไหลในการฟ้อนเจิงมีโอกาสเข้าร่วมกิจกรรม ตั้งแต่ต้น จนการแสดงสรุป ณ โรงละครวิทยาลัยนาฏศิลปเชียงใหม่ กระผมได้สังเกต แลกเปลี่ยนเรียนรู้ กับสล่าเจิงหลายท่าน ในบรรยากาศ โอกาส ความทรงจำที่ทรงค่าของแต่ละท่านในแต่ละยุคแต่ละสมัย
ฟ้อนเจิงฟ้อนดาบแบบฉบับพ่อครูบุญมา ขันธวงศ์ ความเชื่อที่ต้องสื่อสาร จิตวิญญาณต้องสานต่อคุณค่าและความงามผ่านการตั้งจิตตั้งใจให้สานต่อ แม้กาลเวลาผ่านไปอย่าได้ลืมจารีตอันงดงามที่พึงระวังและดำรงตนให้เมาะสม จริงแท้อันแท้จริงยิ่งเรื่องดาบ อย่าประมาทฟาดฟันอันตราย ครั้งก่อนฟ้อนให้ระลึกนึกถึงครูผู้สอนสั่ง ไหว้ไปยังครูส่างกอน พ่อสล่าหนานขัน และพ่อบุญมา ไหว้คนดูทั้งสี่ทิศ แล้วตั้งจิตออกวาดฟ้อน ก่อนจากลา น้อมวันทา ไหว้สาคนดูและสล่าตีฆ้องตีกลอง แม้วันเวลาผ่านไปในระยะเวลา12ปีที่สืบสาน กับการเดินทางที่ไม่มีที่สิ้นสุด พ่อครูคือแรงบันดาลใจในการฟ้อนเจิงฟ้อนดาบ จากเวทีไทยโชว์ สู่เวทีฟ้อนเมือง
ปฐมฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ฟ้อนเจิงฟ้อนดาบ ณ ไร่แม่ฟ้าหลวง ด้วยการติดตาม อ.ณัฐวุฒิ ดอนลาว ไปตีฆ้องหรือมอง หลังท่านสัมภาษณ์และสาธิตการฟ้อนเจิงฟ้อนดาบเสร็จ ท่านได้ให้โอกาสฟ้อนเจิงฟ้อนดาบแบบฉบับพ่อครูบุญมา ขันธวงศ์ จึงมีโอกาสฟ้อนสาธิตและทราบว่าเป็นการเก็บข้อมูลฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน
ด้วยคำถามที่เปิดกว้าง ด้านอาจารย์อรช บุญ-หลง ได้ถามว่าทำไมถึงมีความสนใจทางฟ้อนเจิง ด้วยแรงบันดาลใจ ในรายการไทยโชว์ ตอนฟ้อนเจิงฟ้อนดาบ นำพาให้มีโอกาสในการเรียนฟ้อนเจิง ซึ่งศิลปินในรายการคือพ่อครูบุญมา ขันธวงศ์ ในการนี้ได้มีโอกาสบอกเล่าถึงโอกาส บรรยากาศในการจะได้เรียน ยังเป็นแบบเดิมที่ครูรุ่นก่อนๆสอน ทั้งการวัดเรื่องความตั้งใจผมใช้เวลาสามปีในการแวะเวียนไปหาเพื่อที่จะเรียนเจิง และสิ่งที่ท่านสอนเรื่องแรกกลับไม่ใช่ฟ้อนเจิงแต่เป็นเรื่องคุณธรรม การได้ข้ามน้ำเดินขึ้นไปเรียนบนภูเขา ลานเจิงบนสวนลิ้นจี่ ช่วยแบ่งเบาภาระพ่อครูเพื่อให้มีเวลาไปสอนฟ้อนเจิง ด้านอ.พิเชษฐ กลั่นชื่นได้ให้ข้อสังเกตุการฟ้อนว่าฟ้อนเจิงของกระผมและพี่สล่าพัช มีความเข้มแข็ง เข้าทำลายคู่ต่อสู้ หลังจากเสร็จลาดาฟ้อน กลุ่มชายหาญเริ่มแลกเปลี่ยนในจุดหมายปลายทางของฟ้อนเมือง ว่าจะมีกิจกรรมอะไรให้ไปต่อ
ฟ้อนเมืองเจียงฮายกับจายหาญ เป็นการฟ้อนที่ถูกกำหนดรูปแบบโดยอาจารย์ พิเชษฐ กลั่นชื่น ให้มีพื้นที่เป็นรูปสามเหลี่ยม แต่ในทางเจิงแล้วทุกสายเจิงจะมีขุมเดินที่สามารถบังคับทั้งการเดินและการฟ้อนได้ ด้วยความเป็นศิลปินของอาจารย์ณัฐวุฒิ ดอยลาว ได้มีแนวคิดด้านการฟ้อน แต่มีสิ่งหนึ่งที่เราจะสามารถแสดงออกมาคือ เอกลักษณ์ของครูแต่ละท่านให้มีความชัดเจนและงดงามและเปลี่ยนกันฟ้อนในฉบับของตัวเอง มีการฟ้อนเจิงประกอบอาวุธ ทั้งฟ้อนเจิงดาบคู่ ฟ้อนเจิงมีดซุย ฟ้อนเจิงไม้ค้อน จึงเกิดความลงตัวเลื่อนไหลใช้สุนทรียทางดนตรีย่างย้ายเปลี่ยนกันในรูปสามเหลี่ยมเวียนหมุนที่สมดุลและลงตัว
ตราบใดที่คนเมือยังอู้กำเมือง กินกับข้าวเมือง แต่งชุดพื้นเมือง โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ได้ทำกระบวนการเชื่อมโยงสื่อความหมาย ของการเดินทางของการฟ้อน ที่มีจุดเริ่มต้นจากความหลากหลาย เปรียบเสมือนสายน้ำไม่เคยขาดสายคอยไหลให้รวมใจได้ไปเชื่อมโยงกันดั่ง ปิง วัง ยม น่าน กก อิง สาละวิน ที่หล่อหลอมรวมรวมใจ แม้ผ่านกาลเวลา สุนทรียแห่งเจิงนำพามาฟ้อนเมือง เรื่องราวคราวอดีตถูกหยิบยกขึ้นมาพูด แลกเปลี่ยนกันทั้งๆที่บางท่านรู้จักกันผ่านโลกออนไลน์ บางท่านไม่รู้จักกัน ในการเดินทางผ่านการแลกเปลี่ยน ทุกคนในครอบครัวใหญ่ในกลุ่มชายหาญ สล่าเชิงต่างคุยในเรื่องเดียวกัน บางท่านจับคู่ บางท่านจับกลุ่ม สุนทรียแห่งความปิติที่ได้พูดคุยแลกเปลี่ยนจึงเกิดในหลังม่านฉากแสดง สายพี่สายน้อง สายเชื้อเครือไตย ไทลื้อ ยวน สายใยล้านนาต่างพาสุขสันต์ ทันใดนั้นเสียงกลองดังดั่งวิมาน เสียงกลองหวาน หวานชื่นรื่นรมย์ใจ ดึงสายใยจิตวิญญาณผ่านการฟ้อน สุนทรียแห่งการฟ้อนเจิงเดินไหลตามเสียงกลอง ด้านการฟ้อนเจิงถูกจับคู่ หมวดหมู่ดูเพลินตา ด้านลายไตย ฟ้อนสาวไหมลายงาม ชายหาญขาลาย สายฟ้างาม และไทลื้อ ปิดท้ายคือก้าปั่นก๋อง ฟ้อนล้อมวง ภาพใหญ่ในจินตนาการ แห่งวัฏจักรของการเดินทางงานฟ้อนที่ชัดเจน และมีความอัศจรรย์ ลงตัว ภายใต้เงื่อนไขของการผลิดอกออกผล มีเมล็ดพันธุ์ และต้นกล้าทางวัฒนธรรมล้านนาที่งดงามสืบไป
เวทีอันทรงเกียรติ ครั้งหนึ่งเมื่อ 15 ปี ที่ผ่านมา เวทีแห่งนี้เป็นเวทีที่สร้างแรงบันดาลให้กระผม ชื่นชอบและสนใจในการฟ้อนเจิงฟ้อนดาบ ในช่วงหนึ่งของรายการโทรทัศน์ รายการไทโชว์ ช่องไทยพีบีเอส ถ่ายทอดการฟ้อนเจิงฟ้อนดาบ และมีพ่อครูฟ้อนเจิงฟ้อนดาบที่ฟ้อนด้วยความงดงามและเข้มแข็ง ซึ่งในรายการบอกชื่อพ่อครู ชื่อพ่อครูบุญมา ขันธวงศ์ บ้านหัวเมืองงาม ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ จากความสนใจในขณะนั้น กลับเป็นแรงบันดาลใจในการสืบค้น เดินทางไปที่บ้านพ่อครูเพื่อติดต่อขอเรียน ด้วยอายุและสุขภาพของท่านในขณะนั้น เริ่มโรยรา เวลาผ่านไป 3ปี มีโอกาสในการแวะเวียนไปด้วยความตั้งใจจริง พ่อครูและครอบครัว จึงสอนฟ้อนเจิงมือ เจิงดาบ เจิงมีดซุย ตลอดจนคุณธรรมคำสอน และคอยเติมเต็มให้ยามแวะเวียนไปหาท่าน เจิงสายนี้มีการสืบททอดจากรุ่นสู่รุ่น จากอาจารย์ติณเมธ วงศ์ใหญ่ และอาจารย์ณัฐวุฒิ ดอนลาว เป็นศิษย์รุ่นแรกที่ไปพบพ่อครูฟ้อนเจิงงานลิ้นจี่เชียงราย
คุณค่า ความงาม จิตวิญญาณ เอกลักษณ์ ฟ้อนเจิงฟ้อนดาบแบบพ่อครูบุญมา ขันธวงศ์ ไทลื้อเมืองยอง ที่ได้รับการสืบทอดจาก พ่อสล่าหนานขัน บ้านบาล เมืองยอง รัฐฉาน ประเทศพม่า พ่อครูเล่าให้ฟังครั้งอยากเรียนฟ้อนเจิงฟ้อนดาบในอดีต ..... “พ่อคนจน ไม่มีเงิน พ่อก็ไปเรียบๆเดินๆไปนั่งดูเขาเรียนกัน จนพ่อสล่าหนานขันเอ็นดูจึงรับเป็นศิษย์ให้เรียน” การเรียนการสอนของพ่อครูบุญมา มีความเป็นระเบียบแบบแผน สิ่งแรกที่เรียนคือคุณธรรม ท่านบอกว่า ดาบเรียนได้แต่อย่าเอาไปทำร้ายใคร ให้คิดดี ทำดี พูดดี มีผังการเดินหรือขุมเจิง มีแม่ท่าที่มีความเมือนและแตกต่าง มีการจัดระเบียบร่างกาย ให้เหมาะสมกับการฟ้อน และมีเอกลักษณ์ที่มีความเป็นตัวตนแบบ พ่อครูบุญมา ขันธวงศ์
เมื่อถึงเวลาคราได้ฟ้อน กลับคิดย้อนระลึกนึกถึงครู แสนอัดอั้นตื้นตันใจ เวทีอันทรงเกียรติกับเจิงฉบับพ่อครูบุญมา ขันธวงศ์ ได้กลับมามีชีวิตบนเวทีอันทรงเกียรติในรอบ 15 ปี ผ่านเวทีฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน
ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ย้อนอดีต ภารกิจนำพา อาจารย์อรช บุญ-หลง และทีมงาน เดินทางไปอำเภอเหนือสุดเวียงเชียงใหม่ ตำบลสุดท้าย และหมู่บ้านสุดท้าย ที่ติดกับจังหวัดเชียงราย ที่หมายคือบ้านหัวเมืองงาม ตำบลท่าตอน อำเภอแม่อาย จังหวัดเชียงใหม่ เพื่อสัมภาษณ์การฟ้อนเจิงของพ่อครูบุญมา ขันธวงศ์ มากกว่าการได้ฟ้อนเวทีอันทรงเกียรติ คือการได้นำพา ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน บันทึกข้อมูลอันทรงค่าด้านการฟ้อนเจิง ฟ้อนดาบ ตอนหนึ่งท่านบอกว่าลูกหลานมาพ่อดีใจ ทุกคนมีความตั้งใจ อย่างน้อยได้ฟ้อนให้ลูกหลานได้เห็นก็ยังดี สุดตื้นตันใจในขณะที่ทางทีมงานอาจารย์อรช กำลังเตรียมไมค์ เตรียมกล้อง พ่อครูบุญมาในวัย 93 ปี ลุกขึ้นฟ้อน การบันทึกข้อมูลอันทรงค่านี้ จะเป็นบันทึกครั้งประวัติศาสตร์ ที่ท่านได้สื่อสารจากจิตวิญญาณ ได้ฟ้อนเจิงฟ้อนดาบ ได้พูดภาษาไทลื้อที่สื่อความที่มากด้วยคุณค่า ความงาม จิตวิญญาณ และจารึกไว้ในแผ่นดินล้านนาสืบไป
ในวิถีชีวิตของคนล้านนาฟ้อนเจิงได้ถูกปรับเปลี่ยนบทบาท หน้าที่ อยู่ทุกยุค ทุกสมัย ในบริบทของการต่อสู้ สู่การฟ้อนลายงาม ทั้งเจิงมือและการฟ้อนประกอบอาวุธ เจิงสาวไหมจากลายต่อสู้สู่การฟ้อนสาวไหมลายเจิง ที่มีความงดงามอ่อนช้อยแฝงด้วยความเข้มแข็ง เจิงวิถีชีวิตที่ปรับเจิงให้เข้ากับการดำรงตนในสภาพแวดล้อมทางภูมิศาสตร์ โครงการฟ้อนเมืองเมืองฟ้อน ทำให้เห็นภาพวงจรวัฏจักรของการฟ้อนในแต่ละช่วงเวลา ของกลุ่มคนสี่กลุ่ม ตั้งแต่รุ่นอาวุโส รุ่นใหญ่ รุ่นกลาง และรุ่นเล็ก ว่าความงอกงามของเมล็ดพันธุ์ ที่เติบโตเป็นต้นไม้ผลิดอกออกผล ร่วงหล่นลงพื้นดินเป็นเมล็ดพันธุ์และมีการปรับตัวเปลี่ยนแปลงตามบริบทต่างๆได้อย่างมีภาคภูมิ ดั่งอาจารย์ พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ได้กล่าวไว้
จึงมั่นใจในสายสัมพันธ์อันเหนี่ยวแน่น 8 จังหวัดภาคเหนือเครือล้านนา รวมศรัทธาผ่านฟ้อนเมืองเมืองฟ้อน ด้วยความเจริญงอกงามผ่านการฟ้อนที่ทรงคุณค่า ความงามความเชื่อจิตวิญญาณ เอกลักษณ์ อัตลักษณ์ให้คงอยู่คู่ล้านนาคู่ล้านนาสืบไป