หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ

Loading...
Fonmuang
กำลังโหลดข้อมูล... 0%
ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

“ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน” กับมุมมองที่เปลี่ยนผ่าน - สิทธิพงษ์ ปาลี

จากการที่ข้าพเจ้าได้เข้าร่วมในโครงการ "ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน" ที่เป็นก้าวย่างสำคัญของการสร้าง "ครอบครัวใหญ่" แห่งศิลปะล้านนา ภายใต้ความร่วมมือของสถาบันการศึกษาชั้นนำอย่าง คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) และคณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เพื่อเก็บบันทึก World of Wisdom จากศิลปินและครูภูมิปัญญามากกว่า 80 ชีวิต ในพื้นที่ 8 จังหวัดภาคเหนืออันเป็นดินแดนอันอุดมแห่งจิตวิญญาณและภูมิปัญญา ที่ยังคงไว้ซึ่งอัตลักษณ์ เอกลักษณ์ในตนเอง เป้าหมายสำคัญคือ การเปลี่ยนมุมมองจากการเก็บรักษาศิลปะในรูปแบบ "พิพิธภัณฑ์ที่หยุดนิ่ง" ไปสู่ "ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิต" (Grammar of Lanna Living Bodies) ซึ่งมีอาจารย์พิเชษฐ์ กลั่นชื่น ศิลปินรางวัลฟูกูโอกะ ผู้ก่อตั้ง Pichet Klunchun Dance Company เป็นผู้นำในการถอดรหัสและเชื่อมโยงรากเหง้าดั้งเดิมเข้ากับศิลปะร่วมสมัย ภายใต้การประสานงานของอาจารย์อรช บุญ-หลง จาก Greater Chiang Mai และทีมงาน 

ภาพที่ 1 : ผู้เขียนได้ลงข่วงฟ้อนร่วมกับ ผศ.รัตนะ ตาแปง 

 

มุมมองและทัศนคติใหม่ต่อ "การฟ้อนล้านนา"

กระบวนการของโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน นับว่ามีเอกลักษณ์เฉพาะตัว เนื่องจากอาจารย์พิเชษฐ์ กลั่นชื่น เป็นผู้มีแนวทางการทำงานที่โดดเด่นในระดับโลก ซึ่งได้นำองค์ความรู้มาเผยแพร่และให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้สัมผัสประสบการณ์การเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ ๆ ไม่ว่าจะเป็นการวิเคราะห์องค์ประกอบท่าฟ้อน
การสร้างองค์ความรู้ใหม่จากท่าฟ้อนเดิม ไปจนถึงการถ่ายทอดมุมมองของตนเองผ่านการแสดงซึ่งเป็นการต่อสู้กับกระบวนทัศน์ของผู้คนที่คุ้นชินกับภาพการฟ้อนแบบเดิม ๆ เพื่อปรับเปลี่ยนมุมมองในการรักษาศิลปะเพื่อให้มีชีวิตต่อไป ผ่านการสืบทอดที่ต้องอาศัยกระบวนการการเรียนรู้จากพ่อครู แม่ครู ความศรัทธาในวิชาความรู้ การฝึกฝน และจิตวิญญาณ 

ข้าพเจ้ารู้สึกประทับใจและได้เห็นเชิงประจักษ์ว่า ศิลปะล้านนานั้นยังคง “มีจิตวิญญาณ” ที่เข้มแข็ง
แม้มันจะดำเนินไปอย่างเรียบง่ายดั่งภาพที่เห็นจากการวางเค้าโครงการดำเนินเรื่องในซีนที่ 2 ของอาจารย์
พิเชษฐ์ กลั่นชื่น อันแสดงให้เห็นถึงการดำเนินไปของวิถี เช่น การเตรียมความพร้อมในการเล่าเรียนการฟ้อนในช่วงเวลาเย็น ผ่านแสงสีส้มราวตะวันรอน จวนลับขอบฟ้า การเตรียมตัวก่อนการแสดง แต่เมื่อเสียงดนตรีดังขึ้น พ่อครู แม่ครูและนักแสดงทุกท่าน ผลัดเปลี่ยนกันออกมาสำแดงลีลาท่าฟ้อนอันเป็นเอกลักษณ์ ประชันอวดลวดลาย กลับมีประกายจิตวิญญาณที่สามารถตราตรึงผู้คนแผ่ซ่านออกมา เร้าอารมณ์ให้ผู้คนรู้สึกสนุกสนาน ตื่นตาตื่นใจกับการแสดง แม้ว่ากายสังขารจะร่วงโรย แต่ก็ยังทำหน้าที่เป็นแหล่งมรดกที่ยังมีชีวิตให้ลูกหลานสามารถเรียนรู้และเติบโต พร้อมส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่นได้อย่างเป็นธรรมชาติ การได้เห็นถึงรากเหง้า พัฒนาการ การแปรผันและเปลี่ยนผ่าน และการสืบทอดศิลปะการฟ้อนจากพ่อครูแม่ครูสู่ลูกศิษย์ นับเป็นภาพที่สวยงามและแสดงให้เห็นว่าวัฒนธรรมนี้กำลังพยายามดำเนินต่อไปตามวงจร อีกครั้งอย่างน่ามหัศจรรย์ ผ่านกระบวนการสืบทอดเหมือนในอดีต แม้ว่าในปัจจุบันจะมีผู้สนใจลดน้อยถอยลงไปก็ตาม










ภาพที่ 2 : ซีนที่ 2 อันตราตรึงใจ

นับตั้งแต่เริ่มโครงการจนจบครบถ้วนกระบวนความ ศิลปะการฟ้อน ดำเนินอยู่คู่กับตนดรีอย่างไร ก็ยังเป็นไปอย่างนั้น เพียงแต่มุมมองที่เรามีต่อศิลปะการฟ้อนนั้น เราเลือกที่จะมองในมุมไหน เพราะการฟ้อนมีทั้ง
การเรียนรู้ การถ่ายทอด พิธีกรรม ความเชื่อ จิตวิญญาณ ความศรัทธาในครูบาอาจารย์ การเตรียมความพร้อม ความสนุก ความอดทน มารยาท แนวทางการประพฤติตน เครื่องแต่งกาย ประสบการณ์ และการแสดงออก ดังนั้นการเปลี่ยนมุมมองจากการเก็บรักษาศิลปะในรูปแบบ "พิพิธภัณฑ์ที่หยุดนิ่ง" ที่เราคุ้นเคยว่าจะต้องเห็นในภาพที่พร้อมแสดงเสียเป็นส่วนใหญ่ ทั้งการแต่งตัว ดนตรี และการแสดงออก ไปสู่ "ไวยากรณ์ของร่างกายที่มีชีวิต" (Grammar of Lanna Living Bodies) ที่ร่างกายเป็นทั้งแหล่งความรู้ เป็นผู้บอกเล่าประวัติศาสตร์วิถีชีวิต  เพียงการเปลี่ยนมุมมองนี้ จะเป็นการต่อลมหายใจของศิลปะการฟ้อน เป็นการจุดประกายความคิด เป็นการสืบทอดจิตวิญญาณ และเป็นการถ่ายทอด “มุมมอง” ที่เราจะมองศิลปะการฟ้อนใหม่ 

ภาพที่ 3 : พ่อครูสมพงษ์ ขัตต์เนตร กับแววตาอันโรจน์วาวด้วยจิตวิญญาณ

หากว่าโครงการ “ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน” นี้ ได้ปลุกจิตวิญญาณ แห่งวิถีการฟ้อนขึ้นแล้ว “ฟ้อนเมือง และเมืองฟ้อน” จะอยู่คู่วิถีล้านนาต่อไป ตราบนานเท่านาน เพราะในวินาทีที่คุณฟ้อนด้วยหัวใจ คุณได้กลายเป็น "ประวัติศาสตร์ที่หายใจได้" และเป็นผู้ส่งต่อวิญญาณแห่งล้านนาให้สง่างามสืบไปในโลกยุคใหม่









ภาพที่ 4 : ภาพแห่งความประทับใจในกิจกรรม Work Shop จังหวัดลำพูน

แหล่งอ้างอิงรูปภาพ

Rattana Tapang. (2569). ภาพที่ 1 : ผู้เขียนได้ลงข่วงฟ้อนร่วมกับ ผศ.รัตนะ ตาแปง [ภาพถ่าย].
https://web.facebook.com/rattanatapang

ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน. (2569). ภาพที่ 2 : ซีนที่ 2 อันตราตรึงใจ [ภาพถ่าย] 
https://web.facebook.com/FonMuangMuangFon

ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน. (2569). ภาพที่ 3 : พ่อครูสมพงษ์ ขัตต์เนตร กับแววตาอันโรจน์วาวด้วยจิตวิญญาณ
[ภาพถ่าย] https://web.facebook.com/FonMuangMuangFon

ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน. (2569). ภาพที่ 4 : ภาพแห่งความประทับใจในกิจกรรม Work Shop จังหวัดลำพูน
[ภาพถ่าย] https://shorturl.asia/yWMJv 

 

โดย
นายสิทธิพงษ์ ปาลี
ผู้ประสานงานโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน จังหวัดลำพูน