ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน จุดเริ่มต้นของผู้เขียนเริ่มจากความไม่เข้าใจ กล่าวคือ ไม่เข้าใจอะไรเลยเกี่ยวกับโครงการ แต่เป็นผู้รับสารจากอาจารย์อรช บุญ-หลง เพื่อประสานงานการสัมภาษณ์กับแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง (การแสดงพื้นบ้าน - ช่างฟ้อน) พ.ศ. 2559 ซึ่งผู้เขียนก็เข้าใจว่ามาจากการแนะนำและประสานงานเบื้องต้นจาก อาจารย์สนั่น ธรรมธิ ปราชญ์ล้านนา ด้วยความกตัญญูต่อบรมครูทั้ง 2 ท่าน จึงได้ทำการประสานงานและลงตารางนัดหมายการเข้าสัมภาษณ์แม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ณ บ้านแม่ครูที่ศรีทรายมูล จังหวัดเชียงราย เมื่อได้พบกับอาจารย์อรช และอาจารย์ท่านอื่นๆ จึงเริ่มเข้าใจว่าเป็นโครงการซึ่งดำเนินงานโดยมหาวิทยาลัยชั้นนำ คือ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ Greater Chiang Mai และศิลปินชั้นนำ คือ อาจารย์พิเชษฐ กลั่นชื่น ศิลปินรางวัลฟูโอกะ และรางวัลศิลปาธร ผู้ก่อตั้ง PKDC ซึ่งผู้เขียนเคยรู้จักชื่อเสียงแต่ไม่เคยพบและไม่เคยร่วมงานด้วยแม้แต่ครั้งเดียว จึงได้ช่วยคณะทำงานในการประสานงานผู้ดำเนินงานอีก 6 จังหวัด ซึ่งผู้เขียนมองว่าการดำเนินงานดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อวงการฟ้อนเมือง ของล้านนา เป็นประโยชน์ต่อศิลปินพื้นบ้านทั้งรุ่นเก่าและรุ่นใหม่ใน 8 จังหวัดภาคเหนือ จุดเริ่มต้นดังกล่าวเกิดจากความกตัญญู ที่มีต่อครู อาจารย์ ของผู้รับผิดชอบโครงการ และผู้ร่วมดำเนินงาน จึงส่งผลให้เกิดการพัฒนาการในการดำเนินงานของศิษย์และเครือข่ายด้านฟ้อนเมือง
บรรยากาศการเก็บข้อมูลบ้านแม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ศิลปินแห่งชาติ เมื่อวันที่ 13 มกราคม 2569
ที่มา รัตนะ ตาแปง
“ครู” ในการบรรยายแต่ละครั้งอาจารย์พิเชษฐ กล่าวถึงครู ผู้ถ่ายทอดทางด้านศิลปะการแสดงอยู่เสมอโดยเฉพาะอย่างยิ่ง ครูโขน ทั้งในด้านการสอนปฏิบัติ การสอนด้านแนวความคิด และนำมาปฏิบัตินำมาสร้างตัวตน ผลงานของท่าน ผู้เขียนมองเห็นความกตัญญูของศิลปินร่วมสมัยที่ย้อนกลับมายังศิลปินในประเทศไทย ด้วยปณิธานในการสร้างศิลปะการแสดงและยกระดับให้เกิดการสร้างใหม่รูปแบบร่วมสมัยด้วยการให้ความสำคัญกับรากเหง้าทางด้านวัฒนธรรมดั้งเดิมเป็นสิ่งสำคัญ
คณะวิจัยลงพื้นที่เก็บข้อมูลฟ้อนเมืองพะเยา
จากแม่ครูเสงี่ยม จุลเจริญ ณ วัดศรีโคมคำ จังหวัดพะเยา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2569
ที่มา รัตนะ ตาแปง
การดำเนินโครงการดังกล่าวจึงให้ความสำคัญกับ ครู และ “ศิษย์” ที่แสดงออกถึงการรักษารากเหง้าและการสร้างใหม่ของศิลปินโดยศิษย์ของครูทุกท่าน แต่ครูก็ยังเป็นผู้ที่ให้คำแนะ และมีความเมตตาแก่ลูกศิษย์เสมอ ภาพของการดำเนินโครงการจึงแสดงออกถึงการทำงานร่วมกับครูอาวุโส ครูรุ่นกลาง และศิษย์ ที่ทำงานร่วมกันอย่างมีความสุขจากการเก็บข้อมูล ด้วยการลงพื้นที่ภาคสนาม การแสดงผลงานจากการนำเอาข้อมูลดังกล่าวมาวิเคราะห์ สร้างผลงานของแต่ละพื้นที่ด้วยอัตลักษณ์ของตนเอง ทำให้ครูและศิษย์มีพื้นที่ในการแสดงผลงานของตนเองอย่างเต็มที่ภายใต้การให้คำแนะนำ และการสนับสนุนจากโครงการ จากนั้นเกิดวิเคราะห์และนำมาสร้างสรรค์ผลงานด้วยกระบวนการของศิลปะการแสดงร่วมสมัย โดย อาจารย์พิเชษฐ ครู และศิษย์ ก่อให้เกิดพื้นที่ซึ่งเป็นไปตามความประสงค์ของโครงการและยังสร้างศิลปินรุ่นใหม่ให้มีพื้นที่แสดงออกถึงความเป็นตัวตนของศิลปิน และเข้าใจคำว่าศิลปะร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น ซึ่งกระบวนการดำเนินงานดังกล่าวเกิดจากการฝึกปฏิบัติอย่างมีส่วนร่วมในพื้นที่ทั้งแปดจังหวัดภาคเหนือในรอบแรกเพื่อสร้างความเข้าใจและการรับรู้ของโครงการของแต่ละจังหวัดเพิ่มมากขึ้น ก่อให้เกิดการจัดกิจกรรมเชื่อมโยง ในพื้นที่ จังหวัดเชียงราย จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแพร่ จังหวัดลำปาง
การจัดเวิร์คชอปจังหวัดพะเยา ณ อาคารปฏิบัติธรรม วัดศรีโคมคำ พระรารามหลวง จังหวัดพะเยา
เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569
ที่มา รัตนะ ตาแปง
การจัดกิจกรรมเชื่อมโยงในพื้นที่จังหวัด เชียงราย กลุ่มเป้าหมายเน้นกลุ่มเยาวชนร่วมกับกลุ่มครู และครูอาวุโส คือ แม่ครูบัวเรียว รัตนมณีภรณ์ ศิลปินแห่งชาติ มุ่งเน้นการสร้างสรรค์งานรูปแบบการแสดงร่วมสมัย จากการรับโจทย์การสร้างงานจากอาจารย์พิเชษฐ จากนั้นกลุ่มนักแสดงดนตรีและนาฏศิลป์ฝึกฝนและสร้างงานต่อก่อให้เกิดเป็นงานแสดงร่วมสมัย ทางด้านจังหวัดแพร่ เป็นการสร้างงานระหว่างงานแสดงแบบอนุรักษ์จากจังหวัดน่าน จังหวัดพะเยาทั้งทางการฟ้อนและดนตรีปี่พาทย์วัดพระเจ้าตนหลวง งานแสดงแบบล้านนาสร้างสรรค์โดยครูกฤษณา กาญจนสุระกิจ แม่ครูผู้เป็นต้นแบบการสร้างสรรค์งานล้านนาสร้างสรรค์ที่ได้รับความนิยมในปัจจุบัน สู่การแสดงแบบร่วมสมัย ซึ่งอาจารย์พิเชษฐ กล่าวถึงการแสดงในแต่ละครั้งว่าอาจารย์เป็นผู้ที่คอยสังเกตและให้ข้อเสนอแนะในขณะที่การสร้างสรรค์ผลงานเป็นการสร้างสรรค์ของศิลปินในการเชื่อมโยงของแต่ละพื้นที่ และจังหวัดลำปางปิดท้ายการแสดงเชื่อมโยงด้วยพิธีไหว้ครูแบบล้านนา โดยสร้างให้เป็นพิธีไหว้ครูแบบร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น การเข้าร่วมแสดงจากพื้นที่สู่การแสดงเชื่อมโยงค่อยๆ สร้างความเข้าใจให้กับผู้เข้าร่วมโครงการของแต่ละจังหวัดถึงคำว่า การแสดงร่วมสมัยเพิ่มมากขึ้น จนกระทั่งทุกคนเข้าใจคำว่าการแสดงร่วมสมัยมากที่สุดในกิจกรรมการปิดโครงการ ณ วิทยาลัยนาฏศิลป์จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อวันที่ 21 – 22 สิงหาคม 2569
กิจกรรมเชื่อมโยงและปิดกิจกรรม
ที่มา เพจฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน
การดำเนินงานของโครงการผู้เขียนพบว่าการสร้างผลงานศิลปะการแสดงจากความเป็นพื้นบ้านสู่ความร่วมสมัย ตามนโยบายของโครงการถือว่าเป็นวิธีการดำเนินโครงการที่สร้างประโยชน์แก่พื้นที่วิจัย ในการพัฒนาคน พัฒนาศิลปะ สร้างแผนที่ทางวัฒนธรรม โดยเฉพาะแผนที่ศิลปะพื้นบ้านสู่การแสดงร่วมสมัย สร้างศิลปินร่วมสมัย ให้เกิดขึ้นครอบคลุมกลุ่มวัยเด็ก ผู้ใหญ่ และครูอาวุโส กรณีตัวอย่างของจังหวัดพะเยาที่กลุ่มศิลปินทุกกลุ่มช่วงวัยได้เข้าร่วมโครงการเพื่อนำความรู้มาพัฒนางานด้านศิลปะการแสดง เช่น กลุ่มบัวรวงค์ กลุ่มฅนศิลป์ กลุ่มศิษย์ปารมีพระเจ้าตนหลวง กลุ่มสืบเชื้อเครือไทลื้อ รวมถึงศิลปินอิสระที่สนใจ สาขาวิชาดนตรีและนาฏศิลป์ และชมรมข่วงศิลป์ มหาวิทยาลัยพะเยา ซึ่งทุกกลุ่มเป็นเครือข่ายและกำลังสำคัญในการดำเนินงานศิลปะการแสดงพื้นบ้าน การแสดงร่วมสมัยและผู้เขียนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าผู้เข้าร่วมโครงการเกิดความเข้าใจ เกิดพื้นที่ในการแสดงเกิดเครือข่ายในการแสดง ร่วมสร้างศิลปะการแสดงและเกิด “ศิลปินร่วมสมัย” ที่ทรงคุณค่า สร้างงานเพื่อนำเสนอต่อสาธารณชนทั้งระดับท้องถิ่นสู่ระดับโลก ทั้งนี้ หวังว่าจะได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภาครัฐและศิลปินผู้มีผลงานและประสบการณ์ที่เป็นครูให้กับศิษย์อีกหลายคนต่อไป
คลื่นลูกใหม่จากศิลปินพื้นบ้านสู่กระบวนการสร้าง “ศิลปินร่วมสมัย” จังหวัดพะเยา
ที่มา เพจฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน