การเดินทางสู่ความรู้สึกจากหัวใจในโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน
ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน โดยอาจารย์ พิเชษฐ กลั่นชื่น ข้าพเจ้า นายธิติวัฒน์ กาวิยะ เป็นบุคคลหนึ่ง ที่ได้มีโอกาส ได้เข้าร่วมโครงการนี้ โดยผ่าน อาจารย์กฤษณา กาญจนสุรกิจ หรือที่รู้จักในวงการ คือ
ครูบัวตอง รู้สึกประทับใจ ตั้งแต่ การตั้งชื่อโครงการ ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ครั้งแรก ที่ได้เข้าร่วม รับการอบรม และทำ workshop ข้าพเจ้าไม่เคย คิดเลยว่า การฟ้อนรำ ฟ้อนเจิง ฟ้อน ดาบ ศิลปะพื้น บ้านล้านนา จะสามารถ นำมาดัดแปลง นำมาคิดนอกกรอบ และเคลื่อนไหว แบบอิสระ และสามารถถ่ายทอด ออกมาได้ แบบสมบูรณ์ และสวยงาม เกินคำบรรยาย ซึ่งต้องขอ กราบขอบพระคุณ อาจารย์พิเชษฐ์ กลั่นชื่น และทีมงาน ที่มีคุณภาพ ในโครงการนี้
ถ่ายรูปกับครูบัวตองในการร่วมทำงาน
ที่มา ครูกฤษณา กาญจนสุระกิจ
ทำให้ข้าพเจ้า ได้รู้จัก บรมครู มากมาย หลากหลายสาขาวิชา ได้รู้จัก พี่ๆ เพื่อนๆ น้องๆ อีกหลายๆจังหวัด และได้รับองค์ความรู้ ทางศิลปะวัฒนธรรม ของ 8 จังหวัด ที่ได้เข้าร่วมโครงการ ได้ฟังแนวคิด แนวทาง ของแต่ละ อาจารย์ ว่าอนาคตภายภาคหน้า เราจะต่อยอด ศิลปะล้านนา เราไปทางทิศไหน ในโครงการนี้ ยังสามารถ ตามหาบรมครู รุ่นเก่า ที่หลงเหลืออยู่น้อยมาก มารวมตัวกัน เพื่อให้ลูกหลาน ได้มากราบไหว้ และได้เห็นความสามารถ การแสดง จิตวิญญาณของความเป็นครู ผู้ให้ ในแต่ละท่าน ซึ่งถ้าไม่มีโครงการนี้ เกิดขึ้นมา ก็จะทำให้ รุ่นลูกรุ่นหลาน ไม่รู้รากเหง้า ดั้งเดิมที่สวยงาม ของบรรพบุรุษเรา
ถ่ายรูปร่วมกับอาจารย์นคร พงษ์น้อย และอาจารย์วิลักษณ์ ศรีป่าซาง
ที่มา ครูบัวตอง
ในการทำ workshop แต่ละครั้ง แต่ละจังหวัด ก็มีความแตกต่าง สวยงาม ตามศิลปะ พื้นบ้านของแต่ละจังหวัด ข้าพเจ้าคิดว่า ทุกท่าน ที่ได้มีโอกาส เข้าร่วมโครงการนี้ น่าจะมีความสุข และได้รับองค์ความรู้ ไปไม่มากก็น้อย อนาคต ในภายภาคหน้า ก็อยากจะเห็น และได้เข้าร่วม โครงการดีๆ จากอาจารย์พิเชษฐ กลั่นชื่น และทีมงาน ต่อไป ข้าพเจ้า จะนำองค์ความรู้ ที่ได้รับมา นำไปต่อยอด ให้รุ่นลูก รุ่นหลาน สืบต่อไป ขอกราบขอบพระคุณ อาจารย์พิเชษฐ์ กลั่นชื่น และทีมงาน เป็นอย่างยิ่งนะครับ
เตว (การเดินทาง)
การเดินทางที่ไปทุกที่ทั่วล้านนา กับโครงการฟ้อนเมืองเมืองฟ้อนของข้าพเจ้า ทำให้ตื่นเต้นกับสิ่งที่ได้พบเจอในมุมของศิลปะการแสดงพื้นบ้านล้านนา พบว่าแต่ละจังหวัดมีการแสดงที่หลากหลายและเป็นเอกลักษณ์ การจัดงานของโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อนแต่ละจังหวัดก็มีความแตกต่างกัน แต่สิ่งที่เหมือนกันคือ มิตรภาพ และการลงข่วง ข้าพเจ้าม่วนจอ (สนุกสนาน) ทั้งการแสดงและการทำงานโดยเฉพาะเมือได้เห็นครูบาอาจารย์และศิลปินหน่อใหม่ (รุ่นใหม่) ได้มาแสดงร่วมกันแลกเปลี่ยนการฟ้อนการรำของกันและกันเป็นอย่างยิ่ง
นอกจากการเตวนอกพื้นที่แล้วการทำงานในพื้นที่ที่ครูบัวตองและคณะได้ได้ร่วมกันทำถึง 2 เตื้อ (ครั้ง) คือจัดอบรมการแสดงของจังหวัดแพร่และการทำกิจกรรมเชื่อมโยง ข้าพเจ้าก็ทั้งม่วนจอยและอิดพ่อง(เหน็ดเหนื่อยเล็กน้อย) เพราะว่าเป็นเจ้าภาพการจัดงานช่วยครูบัวตอง ข้าพเจ้าเห็นทุกคนเหนื่อยแต่มีความสุข ที่ได้ฟ้อน ได้แป๋งฟ้อน (สร้างสรรค์ฟ้อน) ร่วมกันข้าพเจ้าก็ม่วนจอยร่วมกับคนอื่นเขาสิ่งที่ได้รับมากกว่าสิ่งที่เหน็ดเหยื่อย นอกจากการทำงานในพื้นที่แล้วการไปที่ต่างๆ ข้าพเจ้าได้พบมิตรใหม่ และมิตรเก่า ที่ยังคงร่วมกันเตวทำงานและมีความสุขในงานที่ทำอย่างแท้จริง
สิ่งที่อลังการมาก คือ การแสดงที่เชียงใหม่ ที่งดงามมากยิ่งขึ้น พบกว่าการแสดง แสง เสียง ทำให้ผู้สร้างงาน นักแสดง และผู้ชม มีความสุข จากการได้เตวไปผ่อการแสดงที่โรงละครในครั้งนั้น สุดท้ายนี้ข้าพเจ้าก็ยังหวังว่า ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน จะเตวอย่างบ่สิ้นสุดและพัฒนาขึ้นยิ่งๆ ขึ้นไป และข้าพเจ้าหวังว่าจะได้เตวไปแสดงในที่แห่งอื่นๆ ร่วมกับอาจารย์พิเชษฐ อาจารย์อรช คณะ และศิลปินทุกๆท่านที่ร่วมสร้างการแสดงพื้นบ้านสู่การแสดงร่วมสมัยที่ยิ่งใหญ่ขึ้นไปในอนาคตเจ้า
ความสุขที่ได้รำ ความสุขที่ได้ทำ และความสุขที่ได้ เตว
ที่มา ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน แลครูบัวตอง