หัวข้อที่เกี่ยวข้อง

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน

ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ

Loading...
Fonmuang
กำลังโหลดข้อมูล...
Article

เวิร์คช็อป

"ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน" แม่ฮ่องสอน

โครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ โดยคณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ คณะอักษรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย PKDC และ Greater Chiang Mai

ขอเชิญร่วมเวิร์คช็อป ถอดรหัส “ฟ้อน” จังหวัดแม่ฮ่องสอน เพื่อร่วมเรียนรู้กับพ่อครูแม่ครูฟ้อนเมืองรุ่นอาวุโส และแลกเปลี่ยนหลักการความสร้างสรรค์ร่วมสมัยกับพี่พิเชษฐ กลั่นชื่น (ศิลปินศิลปธร) ในวันอังคารที่ 21 เมษายน พ.ศ. 2569 เวลา 9.30-17.00 น. ณ โรงแรมธารา

"ฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน" แม่ฮ่องสอน

บทสรุปภาพรวม

เวิร์คชอปช่วงเช้า
คุณครูอาวุโส/คุณครูฟ้อน รับเชิญ
1. ครูส่างคำ จางยอด  ครูฟ้อนกิ่งกะหล่า และครูบรรเลงกลองก้นยาว
2. แม่ครูสุดาณี เขื่อนรัตน์ ครูฟ้อนไตพื้นเมืองแม่ฮ่องสอน
3. แม่ครูรักทนาคาร อินทนิเวศน์ ครูฟ้อนหม่องส่วยยี พื้นเมืองแม่ฮ่องสอน
4. พ่อครูส่าแสง ครูฟ้อนก้าลาย ก้าแลว บ้านในสอย
5. ครูประเสริฐ ประดิษฐ์  ศูนย์ไทใหญ่ศึกษา

แม่ฮ่องสอนแสดงให้เห็นรากของฟ้อนไทยใหญ่ที่เกี่ยวข้องกับการต่อสู้ ทั้งดาบ หอก กระบอง และลายมือ เดิมทีสิ่งเหล่านี้เป็นวิชาการป้องกันตัว ก่อนจะเปลี่ยนรูปเป็นศิลปะการฟ้อน

แต่สิ่งที่สำคัญไม่ใช่เพียงท่ารำ หากคือดนตรี ผู้ฟ้อนจำนวนมากอธิบายตรงกันว่า “ได้ยินเพลงแล้วอยู่ไม่ได้” ประโยคนี้ทำให้เห็นว่าดนตรีเป็นตัวกระตุ้นความทรงจำทางร่างกาย ร่างกายไม่ได้เริ่มจากการจำท่า แต่เริ่มจากการถูกเสียงปลุกให้เคลื่อนไหว

พ่อครูส่างคำอธิบายว่า ศิลปะการฟ้อนเป็นของฝาก เป็นของขวัญแห่งความสุขสำหรับผู้มาเยือน ฟ้อนจึงไม่ใช่สิ่งของ แต่เป็นประสบการณ์ เป็นความทรงจำ และเป็นความสุขที่ชุมชนมอบให้ผู้อื่น การสร้างแผนภาพการฟ้อนเพื่อการสอนศิลปะพื้นเมืองของพ่อครูส่างคำเป็นสิ่งที่ใหม่มาก และเป็นการหาทางในการอนุรักษ์การฟ้อนเข้าเข้าใจใด้อย่างป็นรูปธรรม และเป็นงานวิชาการ 
ฟ้อนไทยใหญ่มีระบบชัดเจน มีแม่ท่า ลำดับการเรียน แผนที่ความรู้ และระบบการถ่ายทอดที่เป็นระเบียบ สิ่งนี้ทำให้เห็นว่าฟ้อนพื้นบ้านไม่ใช่สิ่งไร้โครงสร้าง แต่มีระบบความคิด ระบบร่างกาย และระบบการเรียนรู้อย่างลึกซึ้ง

ฟ้อนในแม่ฮ่องสอน มีความหลากหลายทางชาติพันธุ์ และการอยู่ร่วมของหลายระบบการเคลื่อนไหว รูปแบบการฟ้อน เช่น ฟ้อนไต ฟ้อนกิ่งกะหล่า ฟ้อนหม่องสวยยี แม่ครูรักทนาคาร อินทนิเวศน์  การปรับเปลี่ยนรูปแบบจากต้นกำเหนิดของการแสดงจากพม่ามาสู่ดินแดนล้านนาเป็นอีกหนึ่งตัวอย่างที่ควรเก็บรักษาหรือวิจัยทางด้านศิลปะการเต้น การปรับใช้ การปรับเปลี่ยน และวิวัฒนาการการเคลื่อนไหวทางวัฒนธรรม อีกทั้ง สะท้อนการอยู่ร่วมกันของหลายวัฒนธรรมในพื้นที่เดียวได้อย่างลงตัว

เวิร์คชอปช่วงบ่าย
ในจังหวัดแม่ฮ่องสอนต่อยอดจากการเรียนรู้ในช่วงเช้า ซึ่งทำให้เห็นความหลากหลายของรูปแบบการฟ้อนในพื้นที่ชาติพันธุ์ต่าง ๆ โดยแต่ละรูปแบบยังคงรักษาอัตลักษณ์เฉพาะของตนเองไว้อย่างชัดเจน ทั้งในด้านจังหวะ การใช้ร่างกาย และความสัมพันธ์กับดนตรี แม้จะแตกต่างกัน แต่สามารถดำรงอยู่ร่วมกันได้ในพื้นที่ทางวัฒนธรรมเดียวกัน

การสังเกตดังกล่าวนำไปสู่การทำความเข้าใจว่า ฟ้อน ไม่ได้หมายถึงรูปแบบการเคลื่อนไหวเพียงแบบเดียว หากเป็นกลุ่มของระบบการเคลื่อนไหวที่หลากหลาย ยืดหยุ่น และมีหลักการภายในที่แตกต่างกันไปตามบริบททางวัฒนธรรม

แนวคิดเหล่านี้ถูกนำมาสู่กระบวนการปฏิบัติผ่านการสำรวจแนวคิด ร่างกายเป็นเครื่องมือคิด โดยมองว่ามือ เท้า ลำตัว และศีรษะไม่ได้ทำงานแยกจากกัน แต่เป็นระบบความสัมพันธ์ของร่างกาย (synchronic limbs) ที่เกิดการรับรู้ คิด และเคลื่อนไหวไปพร้อมกัน ผู้เข้าร่วมจึงได้เรียนรู้การมองการเคลื่อนไหวจากภายในระบบของร่างกาย มากกว่าการจดจำรูปทรงภายนอกของท่าฟ้อนเพียงอย่างเดียว

นอกจากนี้ ยังมีการนำแนวคิด “4 ลำดับขั้นของสิ่งมีชีวิต” มาใช้เป็นภาษากลางในการอธิบายโครงสร้างของการเคลื่อนไหว ช่วยให้ผู้เข้าร่วมเข้าใจการพัฒนาของการเคลื่อนไหวในฐานะกระบวนการที่มีลำดับขั้น เริ่มจากจุดกำเนิดเล็ก ๆ การขยายตัว การสร้างความสัมพันธ์และการเชื่อมโยง ก่อนพัฒนาไปสู่การเคลื่อนไหวที่สมบูรณ์ และท้ายที่สุดย้อนกลับมาสู่จุดเริ่มต้นอีกครั้ง
กระบวนการดังกล่าวช่วยให้ผู้เข้าร่วมสามารถมองเห็นหลักการร่วมที่ซ่อนอยู่ภายใต้ความหลากหลายของรูปแบบการฟ้อน และเข้าใจว่าความแตกต่างทางวัฒนธรรมไม่ได้เป็นอุปสรรคต่อการเรียนรู้ร่วมกัน หากเป็นแหล่งความรู้ที่เปิดโอกาสให้เกิดการทำความเข้าใจโครงสร้างของการเคลื่อนไหวในมิติที่ลึกซึ้งยิ่งขึ้น

Summarizer
โดย คุณพิเชษฐ์ กลั่นชื่น
ผู้ก่อตั้ง PKDC ศิลปินศิลปาธร สาขาศิลปะการแสดง พ.ศ.2549 และศิลปินรางวัลฟูกูโอกะ พ.ศ.2569
ผู้ร่วมดำเนินโครงการฟ้อนเมือง เมืองฟ้อน ร้อยเรียงศิลปะการแสดงล้านนา 8 จังหวัดภาคเหนือ